เช้านี้ผมตื่นตั้งแต่ 5.3o เพื่อไปลองซ้อมกับเส้นทางซ้อมเส้นใหม่...หาดทุ่งวัวแล่น หรือที่คนชุมพรเรียกกันติดปากว่า...คาบาน่า
ผมจากชุมพรไป 12 ปี กลับมาบ้างเป็นครั้งคราว แม้จะยังพอจำทางอยู่ได้บ้าง แต่ 2 ข้างทางระหว่างที่ปั่นไปนั้นก็เปลี่ยนไปค่อนข้างเยอะ
โชคดีที่ได้เพื่อนสมัยมัธยมอย่างเจนเป็นคนคอยนำทาง เลยทำให้การออกปั่นครั้งนี้ไม่โดดเดี่ยวมากนัก
แต่การออกปั่นครั้งนี้ของผมก็ต่างจากทุกครั้งที่ผ่านมา เนื่องจาก Garmin 510 ถูกส่งไปตรวจสอบการทำงาน เช้านี้เลยเป็นการปั่นแบบไม่รู้ speed ไม่รู้ Hr และไม่รู้ Cadance
เมื่อเป็นแบบนี้แล้วก็อดไม่ได้ที่จะคิดถึงสมัยเด็กๆ ที่ได้ปั่นจักรยานไปเที่ยวทะเลกับเพื่อน
ผมปั่นตามรอบขาที่คุ้นเคย โชคดีที่ชุมพรเป็นจังหวัดที่ไม่ใหญ่มากนัก การจราจรติดขัดแบบในกรุงเทพนี่จึงเลิกคิดไปได้เลย ปั่นกันมาถึงวงเวียนตรงทางตัน เราก็เลี่ยงเส้นทางเข้าตัวเมืองไปทางหนองส้ม
สิ่งหนึ่งที่ผมรู้สึกดีมากๆ คือสภาพผิวถนนของชุมพรนั้นส่วนใหญ่อยู่ในสภาพที่ดี เป็นสวรรค์ของ เสือหมอบมากๆ
แต่พอมาปั่นจักรยานแม้จะเป็นเส้นทางที่คุ้นเคย ความรู้สึกช่างแตกต่างกันเหลือเกิน ตรงไหนมีเนินส่ง ตรงไหนมีเนินซึม ร่างกายรับรู้หมดทุกตารางนิ้ว
หันไปถามเพื่อนว่าตอนนี้เราปั่นความเร็วเดินทางอยู่ที่เท่าไร
'30-35 ว่ะ'
ได้ยินแลวก็นึกถึงคำว่าปั่นซ้อมมากกว่าปั่นเล่น ผลของการตั้งใจซ้อมทำให้ร่างกายมีประสิทธิภาพมากขึ้น
แถมเนินซึมๆ ก็มีมาให้เล่นตลอดทาง บางเนินก็อาศัยลุกขึ้นยืนโยกเบาๆ เพื่อคลายกล้ามเนื้อไปในตัว รีด Hr ให้ทำงานหนักขึ้นสลับเบาบ้างเป็นช่วงๆ
ผมคิดถึงช่วงเวลาที่เคยปั่นจักรยานไปทำงานตอนอยู่กรุงเทพ สะพานข้ามแยก และปริมาณรถคือสิ่งที่เจอทุกวี่วัน แต่พอกลับมาอยู่ชุมพรผมกลับได้เจอเนิน ภูเขา ทะเล และอากาศที่บริสุทธิ์
อิจฉา...ใครบางคนบอกกับผมแบบนี้
และไม่นานนัก หลังจากผ่านเนินต่างๆ มาได้ ผมก็มาถึง...หาดทุ่งวัวแล่น สถานที่ๆ ผมมีความทรงจำทิ้งไว้มากมาย ตั้งแต่วัยเด็ก
ทุ่งวัวแล่น...ยังเหมือนเดิม จะเปลี่ยนแปลงไปบ้างก็เพียงสิ่งก่อสร้างที่มีมากขึ้นตามกาลเวลา
ผมคิดถึงช่วงเวลาที่มาวิ่งเล่นเตะบอลกับเพื่อนสมัยมัธยม นอนดูดาว ปิ้งย่างอาหารทะเล ชีวิตวัยเด็กเป็นอะไรที่สนุกสุดๆ แล้ว แม้วันนี้จะย้อนคืนกลับมาไม่ได้ แต่ก็ยังดีใจที่ยังอยู่ในความทรงจำเสมอ
ถึงทุ่งวัวแล่นผมปั่นต่อไปแถว สะพลี จุดเด่นของที่นี่คือมีอาหารทะเลสดๆ ที่เพิ่งขึ้นจากเรือของชาวประมงมาวางขายเยอะมาก แต่ตอนที่ผมไปถึงตลาดไม่ค่อยมีผู้คนนัก จึงไม่ได้ถ่ายรูปมา แต่ก็ยังโชคดีที่ได้เข้าไปถ่ายรูปที่สะพานสะพลี ซึ่งทอดยาวเข้าไปในทะเล และมีกลุ่มแท่งปูนไว้ปลูกปะการังกองอยู่ 2 ข้างทาง
สรุปทริปสำรวจเส้นทางนี้จบที่ระยะทาง 60 กิโลเมตร กับความเร็วที่ไม่มากนัก
ถือเป็นเส้นซ้อมขนาดสั้นที่มีให้เล่นครบรสทั้งเนินและลมทะเล เหมาะเป็นอย่างมากสำหรับปั่นซ้อมในตอนเช้า
ชุมพรมีอะไรดีๆ อยู่อีกเยอะ หากเราเลือกที่จะมอง
ตัวผมเองถ้าไม่ได้ปั่นจักรยานก็คงมองไม่เห็นสิ่งเหล่านี้ จากเด็กบ้านนอกที่ไปแสวงหาชีวิตในกรุงเทพ ถูกความเร่งรีบหล่อหลอมชีวิต จนหลงลืมรายละเอียดระหว่างทางของชีวิตที่บ้านเกิด
วันนี้ผมกลับมาสู่อ้อมกอดของชุมพรอีกครั้ง กลับมาพร้อมความเติบโตที่เคลื่อนผ่าน...ตามกาลเวลา




หากมีวันว่างจะขอไปปั่นเล่นด้วยซักครั้งครับ
ตอบลบ